หน้าแรก : ประวัติ : งานรับรอง : งานตรวจสอบ : งานอบรม : ติดต่อเรา : บทความ : หน้าสารบัญ มูดี้อินโฟร์ |
||||
|
สิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดกับผู้ตรวจประเมินภายในทำไมถึงสำคัญกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนและปิดรายงานสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรของตน เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับองค์กรของตนในการทำให้เกิดความพึงพอใจของลูกค้า ผู้ตรวจประเมินมีหน้าที่โดยตรงในการทำให้มั่นใจว่า สิงที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นได้มีระบุ การแก้ไข การวิเคราะห์สาเหตุ และการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ การทบทวน กิจกรรมการแก้ไขจากรายงานสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดผู้ตรวจประเมินมีหน้าที่ในการทบทวนกิจกรรมที่ตอบสนองต่อรายงานสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและทวนสอบความมีประสิทธิผล เราควรแบ่งกิจกรรมนี้เป็น 3 ส่วน ในกรณีที่องค์กรของเราในการตอบสนองต่อสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ในที่นี้ได้แบ่งวิธีการตอบสนองต่อรายงานสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเป็น สองแนวทางเนื่องตามสภาวะของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นๆ
ความแตกต่างของแนวทางแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เช่นในบางกรณีเรารู้ปัญหาแต่ไม่รู้สาเหตุ ดังนั้นจึงต้องทำการวิเคราะห์สาเหตุก่อนลงมือแก้ปัญหาจึงจะทำการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด การเริ่มทำการแก้ไขโดยไม่ทราบสาเหตุอาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายและเวลาจากการลองถูกลองผิดโดยไม่จำเป็น แต่บางกรณีสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นสามารถทำการแก้ไขได้ทันที คำนิยาม
ทั้งการแก้ไข (Correction) และการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ (Corrective Action) ควรมีการดำเนินการในกรณีที่มีการพบสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การแก้ไข (Correction) คือกิจกรรมที่กำจัดสิงที่ไม่เป็นไปตามกำหนดที่พบ ตัวอย่างเข่น การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดี การเปลี่ยนแบบงานที่ล้าสมัยที่พบด้วยแบบงานฉบับปัจจุบัน เป็นต้น คำนิยามของ การแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดขึ้นซ้ำ (Corrective Action) เป็นกิจกรรมเพื่อกำจัดสาเหตุของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่พบ กิจกรรมการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดขึ้นซ้ำนั้นไม่สามารถกระทำได้หากมิได้มีการวิเคราะห์สาเหตุของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด มีวิธีมากมายที่องค์กรสามารถใช้ในการระบุสาเหตุของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ไม่ว่าการระดมสมอง จนถึงหลักการสถิติพื้นฐานเช่น ( การใช้ผังก้างปลา, why- why analysis) ผู้ตรวจประเมินควรมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือดังกล่าว การมีประสิทธิผลของการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำนั้นขึ้นอยู่กับการหารากเหตุของปัญหา ในบางกรณีการวิเคราะห์รากเหตุจะสามารถทำให้องค์กรสามารถระบุ สิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่คล้ายๆกันในพื้นที่อื่นๆ ผู้ตรวจประเมินควรทำการทบทวนกิจกรรมขององค์กรในการตอบสนองต่อสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้น ได้มีการกระทำครบทั้งสามส่วน (การแก้ไข การวิเคราะห์สาเหตุและการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดขึ้นซ้ำ) ก่อนทำการปิดรายงานสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ไม่ว่าเป็นเรื่องของเอกสารหรือ ประจักษ์พยานหลักฐาน ต่างๆ ในระหว่างการทบทวนมีแนวทางสำหรับผู้ตรวจประเมินพิจารณาดังนี้
ในบางกรณี ผู้ตรวจประเมินจำเป็นต้องตระหนักรับทราบว่า การแก้ไข( correction) และการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดขึ้นซ้ำ(Corrective Action) อาจเป็นกรณีเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่พบนั้นเป็นสิ่งที่เกิดโดยบังเอิญและมีโอกาสในการเกิดขึ้นซ้ำค่อนข้างต่ำ ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าในความพยายามในการลดโอกาศการเกิดของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นๆ การปิดรายงานสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดผู้ตรวจประเมินก่อนที่จะทำการปิดรายงาน ควรทำการทบทวนว่าหน่วยงานได้มีการทำการแก้ไข วิเคราะห์สาเหตุ รวมทั้งการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำเป็นที่เรียบร้อย รวมทั้งหลักฐานที่ยืนยันความมีประสิทธิผลของสิ่งที่ได้มีการกระทำว่าสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นจะไม่เกิดขึ้นซ้ำได้มีอยู่เพื่อทำการทบทวน |
| |||
|
||||